กรุงเทพฯ, 29 พฤษภาคม 2569 — เซฟ เดอะ ชิลเดรน เปิดตัวผลการวิจัย โครงการ จุด:.ความฝัน โอกาสการจ้างงานของเยาวชนผู้พิการทางการเห็นซึ่งสะท้อนว่าเยาวชนพิการทางการเห็นจำนวนมากมีทักษะ ความสามารถ และความพร้อมในการทำงาน แต่ยังถูกจำกัดโอกาสจากระบบจ้างงานที่ไม่ครอบคลุม ทัศนคติของนายจ้าง กระบวนการรับสมัครงานที่ไม่เอื้อต่อผู้พิการ และระบบที่ยังไม่เชื่อมต่อกันตั้งแต่การศึกษาไปจนถึงการทำงาน
งานวิจัยของ เซฟ เดอะ ชิลเดรน ได้ข้อมูลมาจากเยาวชนพิการทางการเห็น นายจ้าง หน่วยงานรัฐ สถานศึกษา และองค์กรภาคประชาสังคมรวม 81 คน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่า เยาวชนพิการทางการเห็นมีทักษะสำคัญที่ตลาดแรงงานต้องการ ทั้งการสื่อสาร การแก้ปัญหา การปรับตัว และการจัดการตนเอง โดย ทักษะเหล่านี้ส่วนใหญ่พัฒนาจากประสบการณ์ชีวิตจริงและการเรียนรู้เพื่อใช้ชีวิตอย่างอิสระอย่างไรก็ตาม แม้ว่าเยาวชนจะมีศักยภาพแต่โอกาสในการทำงานของคนพิการทางการเห็นจำนวนมากยังจำกัดอยู่ในงานไม่กี่ประเภท โดยเฉพาะงานระยะสั้น ขาดความมั่นคง และไม่มีโอกาสเติบโตทางวิชาชีพ
ผลการศึกษาพบว่าอุปสรรคสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของเยาวชน แต่อยู่ที่ระบบ ทั้งกระบวนการรับสมัครที่เข้าถึงยาก และการขาดระบบเชื่อมต่อจากการศึกษาไปสู่การทำงาน การประเมินศักยภาพที่ต่ำกว่าความจริง โดยงานวิจัยอ้างอิงข้อมูลระดับประเทศที่ระบุว่า คนพิการเพียงประมาณ 8% เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงตลาดแรงงานแข่งขันได้
งานวิจัยยังสะท้อนว่า แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายที่สนับสนุนการจ้างงานคนพิการ แต่ในทางปฏิบัติ การจ้างงานจำนวนมากยังขับเคลื่อนด้วยการปฏิบัติตามข้อกำหนดมากกว่าการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ส่งผลให้เยาวชนพิการทางการเห็นจำนวนมากถูกจำกัดอยู่ในตำแหน่งงานที่ไม่สอดคล้องกับทักษัและไม่มีเส้นทางความก้าวหน้า
คุณกีโยม ราชู ผู้อำนวยการบริหาร เซฟ เดอะ ชิลเดรน กล่าวว่า “เยาวชนพิการทางการเห็นไม่ได้ขาดความสามารถ สิ่งที่พวกเขายังขาดคือโอกาสและระบบที่พร้อมเปิดทางให้พวกเขาได้เติบโต ง านวิจัยนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า อุปสรรคสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเยาวชน แต่อยู่ที่ทัศนคติ โครงสร้าง และระบบการจ้างงานที่ยังไม่ครอบคลุมพอ เราอยากชวนทุกภาคส่วนมาร่วมกันสร้างการจ้างงานที่มีความหมาย ไม่ใช่เพียงการจ้างงานเพื่อทำตามกฎหมาย แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ทำงานโดยใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่
ภายในงาน “จุด.ความฝัน: เส้นทางสู่การจ้างงานที่โอบรับความหลากหลายสำหรับเยาวชนพิการทางการเห็น” ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ร่วมกับ Dots Coffee Vulcan Coalition และภาคีเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนจาก CapitaLand Hope Foundation และ The Ascott Limited มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงจากเยาวชนพิการทางการเห็น นายจ้า ง และผู้เชี่ยวชาญด้านการจ้างงานแบบครอบคลุมโดยในงานได้มีการนำเสนอแนวคิด “การจ้างงานที่มีความหมาย” ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการมีงานทำ แต่รวมถึงการมีรายได้ที่เหมาะสม ความมั่นคงในอาชีพ โอกาสในการพัฒนาทักษะ และการได้รับการยอมรับในฐานะพนักงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกับคนอื่นในองค์กร
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอกรอบการพัฒนาทักษะชีวิต Life Skills for Success ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทของเยาวชนพิการทางการเห็น เพื่อเสริมความมั่นใจ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่โลกการทำงาน โดยมีตัวอย่างจาก Dots Coffee และ Vulcan Coalition ที่สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อองค์กรออกแบบงานและสภาพแวดล้อมอย่า งเหมาะสม เยาวชนพิการทางการเห็นสามารถทำงานได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่งานบริการ งานบาริสต้า ไปจนถึงงานด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล และ AI
คุณ Beh Siew Kim ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและความยั่งยืน ธุรกิจที่พัก (Chief Financial & Sustainability Officer, Lodging) ของ CapitaLand Investment และกรรมการผู้จัดการประจำประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีของ Ascott ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการมูลนิธิ CapitaLand Hope Foundation กล่าวว่า
“เราเชื่อว่าความหลากหลายในสถานที่ทำงานไม่ใช่เพียงเรื่องของนโยบาย แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนสามารถเติบโตและมีส่วนร่วมได้อย่ างเต็มศักยภาพ ประสบการณ์จากโครงการนี้แสดงให้เห็นว่า เยาวชนพิการทางการเห็นมีทักษะ ความสามารถ และมุมมองที่มีคุณค่าต่อองค์กร หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม เราหวังว่าจะได้เห็นภาคธุรกิจในประเทศไทยสร้างโอกาสการจ้างงานที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงงานที่มีความหมายและเติบโตไปด้วยกันได้”
เซฟ เดอะ ชิลเดรน และภาคีเครือข่าย เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อน “การจ้างงานที่มีความหมาย” สำหรับเยาวชนพิการทางการเห็น ผ่านการสร้างงานที่มั่นคง การพัฒนาระบบสนับสนุนตั้งแต่การศึกษาไปจนถึงการทำงาน และการปรับสภาพแวดล้อมในองค์กรให้เข้าถึงได้และครอบคลุมมากขึ้น เพื่อให้เยาวชนพิการทางการเห็นสามารถเข้าถึงโอกาสในการทำงานและเติบโตในสายอาชีพได้อย่างเท่าเทียม โดยย้ำว่า การสร้างโอกาสในการทำงานให้เยาวชนพิการทางการเห็นไม่ใช่หน้าที่ของภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อสร้างระบบที่มองเห็นศักยภาพของทุกคนอย่างเท่าเทียมและเปิดทางให้เยาวชนผู้พิการทุกคนสามารถมีอนาคตที่มั่นคงและมีศักดิ์ศรี
เกี่ยวกับเซฟ เดอะ ชิลเดรน
เซฟ เดอะ ชิลเดรน เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเพื่อเด็กชั้นนำของโลก ซึ่งทำงานเพื่อเด็กมากว่า 100 ปีทั่วโลก และทำงานในประเทศไทยมาตั้ง แต่ปี พ.ศ. 2522 เป็นเวลากว่า 47 ปี เพื่อให้เด็กทุกคนในประเทศไทยได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน ทั้งสิทธิในการได้รับความคุ้มครองจากความรุนแรง สิทธิในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และสิทธิในการดูแลสุขภาพกายและใจ เพราะเราเชื่อว่าเด็กทุกคนสมควรมีอนาคตที่สดใส

เซฟ เดอะ ชิลเดรน เผยผลวิจัย “จุด.ความฝัน” ชี้เยาวชนพิการทางการเห็นไม่ได้ขาดศักยภาพ แต่ยังถูกระบบจ้างงานปิดกั้นโอกาส
29 พฤษภาคม 2569
NEWS
เซฟ เดอะ ชิลเดรน เผยผลวิจัย “จุด.ความฝัน” ชี้เยาวชนพิการทางการเห็นไม่ได้ขาดศักยภาพ แต่ยังถูกระบบจ้างงานปิดกั้นโอกาส
.png)